Utq 2101 20/20 (หลังเรียน)
1.ง 2.ง 3.ง 4.ง 5.ง 6.ข 7.ง 8.ง 9.ง 10.ง
11.ข 12.ข 13.ง 14.ก 15.ค 16.ง 17.ง 18.ง 19.ข 20.ง
1. เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คืออะไร
ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ข. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ค.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
ง. ข้อ ก. - ค.
2. การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แตกต่างจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 อย่างไร
ก. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
ค. การจัดการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายในการพัฒนา
ง. การกำหนดตัวชี้วัดสำหรับนำไปจัดทำหน่วยการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้และเป็นเกณฑ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
3. สิ่งใดในข้อต่อไปนี้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้
ก. มีความท้าทาย
ข. พัฒนาให้มีทักษะกระบวนการที่สำคัญ
ค. ใช้เทคนิค/วิธีการ สื่อที่นำผู้เรียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน เกิดสมรรถนะสำคัญ ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ง. ใช้เทคนิค/วิธีการ สื่อที่จะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เกิดสมรรถนะสำคัญ ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนสามารถสร้างชิ้นงาน/ภาระงานได้
4. ข้อใดเป็นการกล่าวถึงเจตนารมณ์ของกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 อย่างถูกต้อง
ก. เป็นเทคนิควิธีการสอน
ข. เป็นแนวทางในการประเมินผู้เรียน
ค. เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้
ง. เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งให้เกิดกับผู้เรียน โดยผ่านวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน
5. ข้อใดเป็นการกล่าวถึงเจตนารมณ์ของการกำหนดจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อย่างถูกต้อง
ก. เป็นการแก้ไขจุดอ่อนของเด็กไทย
ข. เป็นการพัฒนาผู้เรียนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
ค. เป็นการสร้างคุณภาพในตัวผู้เรียนที่มีความครอบคลุมในด้านความสามารถและทักษะ ตลอดจนคุณลักษณะที่ช่วยให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร
ง. ข้อ ก – ค
6. สิ่งใดไม่ใช่หลักการของการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ก. ครูผู้สอนต้องมีข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล
ข. ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เรียนเป็นกลุ่มๆ ร่วมกับเพื่อนๆ
ค. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสามารถ ความ
ง. ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนและเลือกปฏิบัติตามความถนัด
7. การจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความสำคัญต่อครูผู้สอนอย่างไร
ก. ช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข. ช่วยในการพัฒนาบทเรียนให้มีความยากง่ายเหมาะสมกับผู้เรียน
ค. ช่วยให้ครูตระหนักว่าเด็กทุกคนไม่สามารถเรียนรู้ด้วยวิธีการเดียวกันหมด
ง. ข้อ ก. - ค.
8. สิ่งใดคือลักษณะที่สำคัญของการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง
ก. การจัดสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ
ข. การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ค. การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
ง. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนจากประสบการณ์จริง จากประสาทสัมผัส
9. ข้อใดกล่าวถึงความสำคัญของโครงสร้างรายวิชาไว้อย่างครอบคลุม ถูกต้อง
ก. ช่วยให้เห็นลำดับของการเรียนรู้
ข. ช่วยให้เห็นขอบข่ายของรายวิชา เรียนรู้
ค. ช่วยให้เห็นภาพรวมของจำนวนหน่วยการเรียนรู้
ง. ช่วยให้เห็นภาพรวมของรายวิชา มาตรฐานการเรียน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลาเรียน และน้ำหนักคะแนนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ในรายวิชานั้นๆ
10. ข้อใดคือความสำคัญของการกำหนดน้ำหนักคะแนนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ในโครงสร้างรายวิชา
ก. เพื่อใช้ในการวางแผนการเรียนรู้
ข. เพื่อจำแนกคะแนนเป็นรายหน่วย เรียนรู้
ค. เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้กำหนดคะแนนรายปี/รายภาค
ง. เพื่อบ่งบอกถึงความสำคัญของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ และใช้ในการประเมินระหว่างเรียน (Formative Evaluation) และประเมินรวบยอด (Summative Evaluation)
11. ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอนการออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบย้อนกลับ(Backward Design) ได้ถูกต้อง
ก. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้
ข. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้
ค. กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ เป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้
ง. กำหนดหลักฐานการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ เป้าหมายการเรียนรู้
12. สิ่งใดในข้อต่อไปนี้ ไม่ใช่ เป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
ก. ตัวชี้วัด
ข. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ค. มาตรฐานการเรียนรู้
ง. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
13. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. การจัดกลุ่มตัวชี้วัดควรมีความหลากหลาย
ข. ตัวชี้วัด 1 ตัวชี้วัด จะต้องอยู่หน่วยใดหน่วยหนึ่งเท่านั้น จะซ้ำไม่ได้
ค. ตัวชี้วัดบางตัวที่เห็นว่าไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องนำมาไว้ในหน่วยการเรียนรู้
ง. ตัวชี้วัดบางตัวที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญสามารถ นำตัวชี้วัดนั้นๆ ไปพัฒนาผู้เรียนได้มากกว่า 1 หน่วยการเรียนรู้
14. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้สอน
ข. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ ควรสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและสังคมของผู้เรียน
ค. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรน่าสนใจ อาจเป็นประเด็น ข้อคำถาม ข้อโต้แย้งที่สำคัญ
ง. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรเหมาะสมกับวัย ความสนใจ และความสามารถ ของผู้เรียน
15. การกำหนดเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
ก. จำนวนตัวชี้วัด น้ำหนักคะแนน ความยากง่ายของสาระสำคัญ
ข. ความยากง่ายของสาระสำคัญ จำนวนตัวชี้วัด น้ำหนักคะแนน
ค. จำนวนตัวชี้วัด ความยากง่ายของสาระสำคัญ วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ ที่นำมาใช้
ง. ความยากง่ายของสาระสำคัญ น้ำหนักคะแนน วิธีการและกระบวนการเรียนรู้
16. ข้อใดกล่าวถึงวิธีการวัดและประเมินผลที่ควรกำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
ก. กำหนดให้มีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายวิธี
ข. กำหนดให้มีการวัดและประเมินผลเฉพาะชิ้นงาน/ภาระงาน
ค. กำหนดให้มีการวัดและประเมินผลระหว่างและเมื่อสิ้นสุดการทำกิจกรรมการเรียน รู้โดยกำหนดเกณฑ์การประเมินที่ต้องใช้ Rubric กับเครื่องมือทุกประเภท
ง. กำหนดให้การวัดและประเมินผลระหว่างและสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนเกณฑ์การประเมินที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
17. สิ่งใดต่อไปนี้ที่สามารถเพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้
ก. ตัวชี้วัด
ข. มาตรฐานการเรียนรู้
ค. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
18. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนไว้อย่างถูกต้อง
ก. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักที่ผู้เรียนต้องบรรลุในการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ
ข. การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสำคัญไม่จำเป็น ต้องคำนึงถึงมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ค. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนสามารถเพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการสั่งสมประสบการณ์จาก การเรียนรู้และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้
19. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ถูกต้อง
ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นเกณฑ์หนึ่งในการประเมินผลการ
ข. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต้องใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือหลัก
ค. คุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง. การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต้องดำเนินการพัฒนาโดย บูรณาการเข้าไปในกระบวนการจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทั้งในและนอกห้องเรียน
20. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ถูกต้อง
ก. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการนำไปใช้ในชีวิตจริง
ข. ผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในความแตกต่างของผู้เรียน
ค. เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจากประสบการณ์ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวคิด วางแผน และประเมินผลการเรียนรู้
ง. ข้อ ก. – ค.